วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ระบบสารสนเทศทางการผลิต

                   +ระบบสารสนเทศทางการผลิต+

+ความหมายของระบบสารสนเทศทางการผลิต+    
      ระบบสารสนเทศทางการผลิต หมายถึง ระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้สนับสนุนหน้าที่งานด้านการผลิตและการดำเนินงาน  ตลอดจนกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับการวางแผนการควบคุมกระบวนการผลิตและการจัดระบบการผลิตของธุรกิจ โดยจำเป็นจะต้องมีการประมวลผลธุรกรรมด้านการผลิตและการดำเนินงาน

+การจัดการผลิตและดำเนินงาน+
       การผลิตและการดำเนินงาน  คือ  กิจกรรมหลักกิจกรรมหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้โซ่คุณค่าขององค์การซึ่งถือเป็นกระบวนการสร้างมูลค่าให้กับการแปรรูปปัจจัยการผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่า ส่งตรงถึงมือลูกค้าหรือผู้บริโภค และมีส่วนผลักดันให้การดำเนินงานด้านการตลาดเป็นไปอย่างราบรื่น
 กระบวนการผลิตเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตและดำเนินงานเพราะปัจจัยการผลิตคือ สิ่งรับเข้า กระบวนการผลิต คือ การประมวลผล และผลิตภัณฑ์ คือ สิ่งส่งออก ซึ่งสื่อถึงความหมายของระบบการผลิตนั่นเองหากปัจจัยการผลิตของธุรกิจประกอบด้วยทรัพยากรมนุษย์ทางด้านแรงงานและด้านบริหารสินทรัพย์ประเภททุน ก็ยังมีสิ่งนำเข้ากระบวนการผลิตอื่นที่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมของธุรกิจ คือ ความคิดเห็นของลูกค้าภายในละภายนอกองค์การตลอดจนสารสนเทศด้านผลการประกอบการขององค์การ

+วิวัฒนาการการผลิต+
    ในระยะเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมธุรกิจส่วนใหญ่ดำเนินการผลิตบนพื้นฐานการผลิตเก็บเป็นสินค้าคงคลัง เน้นด้านการผลิตสินค้าปริมาณมากและขายสินค้าผ่านเครือข่ายของช่องทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ  เวลาต่อมาจึงได้เปลี่ยนวิธีการผลิตโดยการนำแนวคิดของระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดีมาใช้และใช้วิธีการผลิตตามคำสั่งหรือวิธีการประกอบสินค้าตามคำสั่ง  มาแทนที่การผลิตเก็บเป็นสินค้าคงคลัง

+กลยุทธ์การผลิตและการดำเนินงาน+
       เน้นถึงความต้องการของลูกค้าที่สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายระยะยาวขององค์การ  อาศัยความร่วมมือจากแผนกการตลาดและการผลิตที่จะทำการค้นหาความต้องการของลูกค้าละนำมากำหนดเป็นความได้เปรียบทางการผลิต  การผลิตตามความต้องการของลูกค้าและปริมาณการผลิตมีความยืดหยุ่น  ซึ่งริทซ์แมนและกาจิวสกีจำแนกกลยุทธ์การผลิตเป็น  3 กลยุทธ์ ดังนี้
  1. การเก็บเป็นสินค้าคงคลัง ธุรกิจมักจะมีการผลิตสินค้าเพื่อเก็บเป็นสินค้าคงคลังที่พร้อมส่งมอบแก่ลูกค้าทันที  เหมาะกับการผลิตสินค้ามาตรฐานที่มีการผลิตในปริมาณมาก
 2. การผลิตตามคำสั่ง เป็นการผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้าโดยผลิตเป็นล็อต ในปริมาณน้อยการออกแบบกระบวนการผลิตแต่ละครั้งจะขึ้นกับความต้องการของลูกค้า
 3. การประกอบสินค้าตามคำสั่ง เป็นการประกอบชิ้นส่วนมาตรฐานตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ในคำสั่งซื้อของลูกค้า และนำมาซึ่งความได้เปรียบทางการแข่งขัน

+หน้าที่ทางการผลิตและดำเนินงาน+
     นับเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ  ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆที่ก่อเกิดผลผลิตในรูปแบบของสินค้าหรือบริการ และจัดแบ่งหน้าที่เป็น  2 ด้าน คือ หน้าที่ด้านการผลิต เน้นความพึงพอใจของลูกค้าหรือบริการของธุรกิจเป็นหลัก  โดยจัดแบ่งหน้าที่การผลิตดังนี้
          1. การวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์  เพื่อช่วยหาคำตอบว่าจะผลิตอะไร จำนวนเท่าใด ผลิตอย่างไร เกิดความต้องการผลิตสินค้าและบริการเมื่อใด
          2. การออกแบบกระบวนการผลิต เพื่อได้กระบวนการผลิตที่เหมาะสมกับความต้องการผลิตภัณฑ์ของลูกค้าและมีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม
          3. การวางแผนทำเลที่ตั้งโรงงาน  เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการผลิตในส่วนลดต้นทุนการขนส่ง  และรักษาคุณภาพของวัสดุระหว่างการขนส่ง
          4. การวางแผนการผลิตและดำเนินงาน  โดยทำการวางแผนกำลังการผลิต การจัดสรรทรัพยากรการผลิตและการจัดตารางการผลิต เพื่อระบุวันเริ่มผลิตและส่งมอบสินค้า
          5. การจัดการวัสดุและสินค้าคงเหลือ  โดยเลือกใช้ระบบการจัดการวัสดุและสินค้าคงเหลือที่ดี มีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการจัดการงานระหว่างทำ ซึ่งก็คือสินค้าที่ยังผลิตไม่เสร็จและจะต้องทำการผลิตต่อ โดยโดยเลือกใช้เทคโนโลยีในช่วยในการจัดการ
          6. การควบคุมคุณภาพสินค้า  โดยทำการควบคุมและรักษาระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้
          7. การลดต้นทุนการผลิต โดยทำการค้นหาวิธี  หรือแนวคิดใดๆซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายของการลดต้นทุนการผลิตสินค้าหรือบริการ
          8. การขจัดความสูญเปล่าเป็นแนวคิดหนึ่งของระบบการผลิตสมัยใหม่ที่นำมาใช้อย่างได้ผลในปัจจุบัน  โดยจะต้องออกแบบและดำเนินการตามมาตรการที่ลดความสูญเปล่าในโรงงาน
          9. ความปลอดภัยในโรงงาน โยสร้างระบบรักษาความปลอดภัยในโรงงานซึ่งสามารถช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในโรงงาน เช่น   ISO  14000
        10. การเพิ่มผลผลิตทางการผลิต  โดยการแสวงหาวิธีการเพิ่มผลผลิตในโรงงาน  รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งอาจใช้วิธีขจัดความสูญเปล่าเข้าช่วย
        11. การบำรุงรักษา  โดยมีการบำรุงรักษาระบบการแปรรูปผลผลิตให้คงไว้ซึ่งประสิทธิภาพ  การดำเนินงานและความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง โดยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างดำเนินการผลิตหรือให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนค่าเสียโอกาส
        12. การประสานงานกับหน่วยงานอื่น  คือ  หน้าที่ของฝ่ายผลิตที่จะต้องประสานงานกับฝ่ายตลาด ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน ตลอดจนผู้ขายวัตถุดิบ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ
+การจัดการโซ่อุปทาน+  
           หมายถึง  การกำหนดกระบวนการบูรณาการด้านการวางแผน การจัดหา การผลิต การจัดส่ง และการค้นคืนสินค้า
+การจัดการโลจิสติกส์+
         ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการโซ่อุปทาน  คือ  การวางแผน  การปฏิบัติการและการควบคุมอย่างมประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นถึงประสิทธิผลของการไหลของสินค้า  การจัดเก็บสินค้า  การบริการและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องตั้งแต่จุดกำเนิดจนถึงจุดบริโภค  เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
+ระบบการผลิตยุคใหม่+  ปัจจุบันมี  2ระบบ  คือ
               1. ระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี  คือ  แนวคิดทางการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นและถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิตแบบโตโยต้า  ซึ่งยึดหลักการสำคัญ   คือ ผลิตในจำนวนเท่าที่ต้องการในเวลาที่ต้องการและมีการควบคุมสินค้าคงเหลือให้เหลือน้อยที่สุด    โครงสร้างของระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดี
              2. ระบบการผลิตแบบลีน  เป็นระบบการผลิตที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าทำเกิดมาตรฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง  และมุ่งขจัดความสูญเปล่าอันสืบเนื่องมาจากทั้งด้านคุณภาพ  ราคา  การจัดส่งสินค้าและบริการแก่ลูกค้า
+การจำแนกประเภท+  สารสนเทศสามารถจำแนกประเภทได้  3  ประเภท ดังนี้
   1. สารสนเทศเชิงปฏิบัติการ คือ สารสนเทศที่ได้รับจากการดำเนินงานการผลิตในส่วนต่างๆ 
              1.1   สารสนเทศด้านการดำเนินการผลิต ครอบคลุมถึงสารสนเทศด้านการปฏิบัติการผลิตประจำวัน  ต้นทุนการผลิต  สินค้าสำเร็จรูป  และงานระหว่างทำ
           1.2   สารสนเทศด้านควบคุมคุณภาพ  คือ  สารสนเทศที่ระบุถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่งถือเป็นหัวใจของการผลิต  ซึ่งจำเป็นจะต้องสร้างผลผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
           1.3   สารสนเทศด้านการแก้ปัญหา คือ สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการค้นพบสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ในช่วงการผลิต ซึ่ง อาจจะต้องใช้เวลาและต้นทุนการค้นพบที่มีมูลค่าสูง   รวมทั้งมีการใช้อุปกรณ์พิเศษ
2. สารสนเทศเชิงบริหาร  คือ  สารสนเทศที่ใช้สนับสนุนงานการวางแผนและจัดการผลิต  ดังนี้
      2.1 สารสนเทศด้านออกแบบการผลิต คือ สารสนเทศที่ได้จากการปฏิบัติการด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ 
2.2 สารสนเทศด้านวางแผนการผลิต  คือ สารสนเทศที่ได้จากการวางแผนการผลิตด้านต่างๆ
2.3 สารสนเทศด้านการจัดการโลจิสติกส์  คือ  สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการจัดหาและการขนส่งวัสดุเข้าโรงงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิต 
2.4 สารสนเทศด้านควบคุมการผลิต คือ สารสนเทศที่ใช้สนับสนุนงานด้านการควบคุมกระบวนการผลิต  การควบคุมต้นทุนการผลิต
3. สารสนเทศภายนอกองค์การ  คือ สารสนเทศที่ได้จากกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสภาพแวดล้อมภายนอองค์การ  ซึ่งจำแนกได้เป็น  2  ประเภท คือ
3.1  สารสนเทศด้านผู้ขายวัสดุ คือ สารสนเทศที่ได้จากผู้ขายวัสดุ ภายในเครือข่ายด้านโซ่อุปทานขององค์การ
3.2 สารสนเทศด้านผู้ขนส่งวัสดุ คือ สารสนเทศที่ได้จากผู้ให้บริการขนส่งวัสดุ

ระบบสารสนเทศทางการตลาด

+ระบบสารสนเทศทางการตลาด+
Marketing Information System - MKIS

+ความหมายของระบบสารสนเทศทางการตลาด+
     ระบบสารสนเทศทางการตลาดหมายถึงโครงสร้างระบบที่ประกอบด้วยบุคลากรอุปกรณ์และวิธีการต่างๆที่นำมาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและนำมาจัดแยกประเภทข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และ ประเมินค่าของข้อมูลต่างๆเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้องและตรงกับความต้องการที่จะนำมาใช้งานในการแก้ปัญหาทางการตลาดที่เกิดขึ้น และการัดสินใจทางด้านการตลาดของผู้ใช้งาน

+องค์ประกอบของระบบสารสนเทศทางการตลาด+

       องค์ประกอบของระบบสารสนเทศทางการตลาดประกอบด้วยฮาร์ดแวร์หรือตัวอุปกรณ์ เครื่องจักรซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้งาน บุคลากรหรือพนักงานที่ทำงาน และฐานข้อมูลที่นำมาใช้ในการเก็บบันทึกข้อมูล ระบบต่างๆ ในสารสนเทศทางการตลาดของบริษัทจะประกอบไปด้วยระบบย่อยๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาข้อมูลข่าวสารต่างๆ
   - ระบบการเก็บรักษาบันทึกภายในกิจการ เป็นระบบพื้นฐานของกิจการที่ผู้บริหารการตลาดจะนำเอาข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินกิจกรมทางการตลาดมากที่สุด ได้แก่ การรายงานการสั่งซื้อและการจ่ายเงินค่าสินค้า ระบบการรายงานการขาย และการออกแบบระบบที่มุ่งประโยชน์ต่อผู้ที่ใช้งานภายในแผนกต่างๆ
      - ระบบแหล่งข่าวการตลาด เป็นการดำเนินการจัดหาข้อมูลข่าวสารที่มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ในรูปแบบต่างๆ เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีความถูกต้องและน่าเชื้อถือมากพอที่ผู้บริหารการตลาดนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาแนวทางหรือวิธีการที่เกี่ยวข้องกับสภาวะแวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมทางด้านการตลาด ซึ่งได้มาจากการอ่านหนังสือพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ จากการพูดคุยกับลูกค้าและจากแหล่งข่าวอื่นๆ

     

    + องค์กรที่จัดทำการวิจัยตลาด ประกอบไปด้วยหน่วยงานภายในกิจการ เช่น แผนกวิจัยและพัฒนาแผนกการตลาด เป็นต้น หากใช้องค์กรภายนอกกิจการอาจใช้บริษัทที่รับบริการด้านการวิจัยตลาด หรือองค์กรของภาครัฐบาล เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งชาติ หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นต้น ส่วนชนิดหรือประเภทของงานวิจัยตลาด ได้แก่ การวิจัยองค์กรธุรกิจ การวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภค การวิจัยผลิตภัณฑ์ การวิจัยด้านราคา การวิจัยช่องทางการจัดจำหน่าย และการวิจัยการส่งเสริมการตลาด

      - กระบวนการวิจัยตลาด
กระบวนการวิจัยตลาด มีขั้นตอนทั้งหมด 6 ขั้นตอน
 1. กำหนดและระบุถึงปัญหา
 2. การประเมินค่าของข้อมูลที่จะทำการวิจัย
 3. การออกแบบวิธีการวิจัย
 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
 5. การวิเตราห์ และ ประมวลผลข้อมูล การแปลความหมาย สรุป และรายงานผล

+ระบบวิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจทางการตลาด+ 

   เป็นระบบการวิเคราะห์ที่เป็นรูปแบบการวิเคราะห์ทางสถิติและทำการประมวลผลให้ได้ผลลัพธ์เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาทางการตลาด โดยตัวโปรแกรมจะประกอบด้วยเครื่องมือ 2 ชุดด้วยกันคือ ธนาคารสถิติจะใช้สำหรับการคำนวณค่าตางๆ และศึกษาถึงความสัมพันธ์ของข้อมูลต่างๆ ในการทดสอบความเป็นจริงทางสถิติทั้งหลาย ส่วนธนาคารตัวแบบจะเก็บรูปแบบการวิเคราะห์หรือสูตรการคำนวณต่างๆ ที่จะช่วยผู้บริหารการตลาดในการพัฒนาวิธีการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น


+ระบบสารสนเทศทางการตลาด+  
ระบบสารสนเทศทางการตลาด แบ่งออกเป็น 4 ระบบ ได้แก่

  1. ระบบข้อมูลภายในกิจการ

  2. ระบบข่าวกรองการตลาด 
  3. ระบบข้อมูลวิจัยการตลาด

  4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางการตลาด

ระบบสารสนเทศทางการตลาด

+การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในระบบสารสนเทศด้านการตลาด+

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในระบบสารสนเทศด้านการตลาด ได้แก่ อินเทอร์เน็ต พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบ ผู้เชี่ยวชาญ แนวโน้มทางการตลาดที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าและคู่แข่ง คือ การตลาดด้านจุลภาค การแข่งขันกันระหว่างตราสินค้า สินค้าที่แตกต่าง ในเชิงกลยุทธ์ และการตลาดแบบ Sense and Response








 

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Assignment 1

7-ELEVEN


+ลักษณะของการดำเนินธุรกิจ
        ร้านสะดวกซื้อในนาม เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นสัญลักษณ์ของร้านสะดวกซื้อที่มีมาตรฐานการบริการที่ดีเยี่ยมและทรงประสิทธิภาพทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า จนเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นขวัญใจของชุมชนเครือเจริญโภคภัณฑ์ผู้กำเนิดเซเว่น อีเลฟเว่นในเมืองไทย โดยเครือซี.พี.ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญาซื้อสิทธิ์ประกอบกิจการค้าปลีก(License)จากบริษัทเซาท์แลนด์คอร์ปอเรชั่น จำกัด(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ซีพี ออล จำกัด) มีความสนใจในเรื่องธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่ายโดยยึดหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจคือการผสมผสานความร่วมมือระหว่าง คน กับ เทคโนโลยี อย่างสอดคล้องทั้งสามด้าน คือกาลเวลา สถานที่ และประเภทสินค้า ต้องมี “เทคโนโลยี ตลาด และเงินทุนและธุรกิจที่ทำนั้นต้องตอบสนองผู้บริโภคเป็นสำคัญมีนโยบายสำคัญอีกข้อหนึ่งคือการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเป็น เพราะวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและไม่ปิดกั้นทางธุรกิจขององค์กร เครือ ซี.พี.นั้นเห็นว่า ถ้าองค์กรไหนที่มีเทคโนโลยีและเก่งเป็นที่ยอมรับและมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจซึ่งมีความเชี่ยวชาญ เป็นบริษัทชั้นนำของโลก  

+ ระบบสารสนเทศที่บริษัทใช้อยู่
        มีการนำธุรกิจแบบดั้งเดิมมาผสม ผสานกับระบบการจัดการที่มีคุณภาพและทันสมัย สร้างมิติใหม่ในการค้าของร้านสะดวกซื้อบริการมี เคาน์เตอร์เซอร์วิสเป็นแห่งแรกของประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระค่าสาธารณูปโภคทุกประเภทได้แก่ ค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ และบริการจากการผ่อนสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเพราะทำให้ลูกค้านั้นประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งยังชำระได้ตลอด 24ชั่วโมง มีการติดตั้งเครื่องATM ไว้ที่ร้านสาขาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั่วไป

ระบบสารสนเทศที่นำมาประยุกต์ใช้กับ 7-11

 

  เคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการชำระค่าสาธารณูปโภคทุกประเภทได้แก่ ค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ และบริการจากการผ่อนสินค้าและบริการต่างๆที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ลูกค้านั้นประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งยังชำระได้ตลอด 24 ชั่วโมง




เครื่องอ่านบาร์โค้ด (bar code reader) ตัวเลขของรหัสสินค้าที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของระบบสินค้าคงคลังจะมีจำนวนหลักค่อนข้างมาก เมื่อต้องการเรียกใช้หรือตรวจสอบโดยการป้อนข้อมูลผ่านแป้นพิมพ์จะทำให้เกิดการผิดพลาดได้ง่าย จึงเกิดแนวคิดในการพิมพ์รหัสสินค้าออกมาเป็นแบบแท่งรหัสสีดำและขาวต่อเนื่องกันไปเรียกว่า บาร์โค้ด ซึ่งนำไปใช้พิมพ์ในรหัสสินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วไป เพื่อสะดวกในการเช็คสินค้าคงเหลือรวมไปถึงการคิดเงินนั่นเอง เครื่องอ่านรหัสเราเรียกว่าเครื่องอ่านบาร์โค้ด มีหลายรูป เช่น แบบมีด้ามจับคล้ายปืน หรือบางแบบก็ฝังในแท่นของเครื่องเก็บเงินสดเลย พบเห็นได้ตามจุดบริการขาย (POS - Point Of Sale) ในร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป


เครื่องบันทึกเงินสด ( Electronic Cash Register หรือ ECR) หน้าที่ของมันคือ นอกจากคำนวณเงินที่ขายสินค้าได้ เครื่องนี้ยังเป็นแหล่งข้อมูลดิบที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคโดยตรง เพราะทันทีที่สินค้าถูกขายออกไป ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับตัวสินค้าที่ขายได้ทุกชิ้น ประเภท ยี่ห้อ ราคา จำนวน ข้อมูล เหล่านี้จะถูกส่งไปยังเครื่องพีซี ที่ตั้งอยู่ หลังร้าน 



     เครื่องพีซี จะทำหน้าที่จัดการข้อมูลภายในร้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารเงิน บริหารสินค้า ในทุกๆ เย็นข้อมูลเหล่านี้จะส่งผ่าน (On-line) โทรศัพท์และโมเด็ม (Modem) ไปยังคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานใหญ่ ในแต่ละวันข้อมูลนับล้านๆคำสั่ง เหล่านี้จะถูกส่งผ่านจากเครื่องพีซีจาก ร้านของเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้ง 1,300 สาขา วิ่งสายโทรศัพท์ผ่านโมเด็มมายังสำนัก งานใหญ่ เพื่อทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเหล่านี้


      บาร์โค้ด-Barcode หรือรหัสแท่ง ลักษณะเป็นแท่งขนานดำ-ขาว หมายถึง  ระบบสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายประจeตัวสินค้าซึ่งเป็นเลขรหัส เป็นภาษาสากลที่ใช้เพื่อสื่อหรือบ่งบอกถึงประเทศผู้ผลิต บริษัทที่ผลิตชนิดของสินค้า ราคาสินค้า เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในการตรวจสอบสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การเก็บ การจัดจำหน่าย กำหนดนโยบายการตลาดประโยชน์ของบาร์โค้ด ด้านผู้ผลิต ได้ทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้า ข้อมูลยอดขาย และส่งเสริมการขายได้รวดเร็ว ควบคุมการขายได้ดี ป้องกันสินค้าขาด ด้านผู้ค้าส่งกระตุ้นทั้งระบบให้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้า การรับ-ส่งสินค้า ควบคุมสินค้าคงคลัง ด้านผู้ค้าปลีก ป้องกันการติดราคาผิด เก็บเงินได้เร็วขึ้น ประหยัดแรงงานพนักงาน บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ด้านผู้บริโภค ป้องกันการผิดพลาดเวลาชำระเงิน ได้รับบริการเร็วขึ้น มีรายละเอียดของสินค้าที่ซื้อ



    ตู้ATM "เอทีเอ็ม-ATM" ย่อมาจาก Automatic Teller Machine คือระบบถอนเงินหรือฝากเงินธนาคารโดยอัตโนมัติ เป็นระบบที่อำนวยความสะดวกสบายอย่างมากให้แก่ผู้ใช้บริการธนาคาร ระบบเอทีเอ็ม คือ ระบบคอมพิวเตอร์ที่รวบรวมข้อมูลบัญชีเงินฝากของลูกค้าธนาคารไว้ในฐานข้อมูลกับเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล ทำให้สามารถเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ออกไปทั่วเมือง ทั่วประเทศ และทั่วโลกได้ ผู้ใช้บัตรเอทีเอ็มสามารถเบิกเงินจากธนาคารได้จากตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งอยู่ในเกือบทุกหนแห่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ


   กล้องวงจรปิด ระบบกล้องวงจรปิด คือ CCTV ( Closed Circuit Television System ) ก็คือระบบของ กล้องที่มีไว้บันทึกภาพเคลื่อนไหว ที่นำไปติดไว้ตามที่ต่างๆ มายังส่วนที่เรียกว่าเครื่องบันทึกภาพและเสียงที่เรียกว่า เครื่อง DVR (Digital Video Recorder ) ซึ่งตัว DVR ก็จะสามารถต่อกับตัว Monitor ได้เพื่อที่เอาไว้สอดส่องอยู่ตลอดเวลาส่วนมากระบบ กล้องวงจรปิด CCTV มักจะนำไปใช้ในระบบ เพื่อการรักษาความปลอดภัย  ของสำนักงาน และ ห้างร้านต่างๆ รวมไปถึง ที่อยู่อาศัยต่างๆนอกจากนั้นยังมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของพนักงาน และตรวจสอบพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ



    บานประตูเลื่อนอัตโนมัติ เป็นประตูที่ใช้ระบบเซ็นเซอร์ฝังไว้ ภายในและภายนอกหน้าทางเข้าและออกของร้านเซ เว่นอีเลฟเว่น เมื่อมีผู้มาใช้บริการเดินเข้า-ออก ระบบเซ็นเซอร์ก็จะทำงานโดยสั่งให้ประตูบานเลื่อนเปิดออกและเมื่อผู้ใช้บริการเดินพ้นจากหน้าประตูก็จะปิดทำให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์หน้าร้านให้ทันสมัย สวยงาม เพิ่มความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการ

+ ธุรกิจค้าปลีก ไม่ต้องการความหลากหลายแต่จะต้องเป็นระบบใหญ่ เพราะหัวใจของธุรกิจนี้คือ การที่ต้องจัดการกับข้อมูลจำนวน มาก ความต้องการใช้ไอทีของเซเว่นอีเลฟเว่น จะถูกแบ่งออก 3 ลำดับ 

1. เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Appication Software) ที่ใช้งานอยู่ใน ธุรกิจทั่วไป เช่น ซอฟต์แวร์ระบบบัญชี ระบบบริหารคลังสินค้า ระบบสต็อก ซึ่ง จะรองรับในการบริหารสำนักงานทั่วไป

2. เป็นการนำเอาระบบ Supply chain management หรือการบริหารกระบวนการของสินค้า ตั้งแต่การผลิตการจัดส่งไปจนถึงมือลูกค้า ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งของให้ได้ตามเวลาที่ต้องการ และส่งได้รวดเร็วแม่นยำไม่มีสินค้าเหลือในสต็อกมากเกินไป ยกตัวอย่าง เช่น การนำอีดีไอมาใช้แทนใบสั่งของกับผู้ผลิตสินค้าราย ใหญ่ๆทำให้กระบวนการของการสั่งซื้อ สินค้าเร็วขึ้น เพราะไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ซ้อนทำให้การจัดส่งสินค้าเร็วขึ้น และ ประหยัดต้นทุนในเรื่องกระดาษ เพราะไม่ต้องทำใบสั่งซื้อ และอุปกรณ์ที่เตรียม ไว้ในอนาคต สแกนบาร์โค้ด ซึ่งเป็นส่วนที่จะทำให้ข้อมูลถูกต้อง และละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงมากจึงทดลองอยู่บางสาขาเท่านั้น

3. เป็นการนำเอาระบบCustomer Relationship Management ซึ่งเป็นกระบวนในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยจะอาศัยการวิเคราะห์ฐานข้อมูลเป็นสำคัญ กระบวนนี้จะประกอบไปด้วยระบบเก็บข้อมูลสินค้า (Datamart)ระบบข้อมูลคลังสินค้า (Datawarehouse)ซึ่งจะกว้างกว่าระบบแรก และ ระบบช่วยในสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support)

                                        + สรุปความรู้ที่ได้รับจากการศึกษา +
      ในโลกปัจจุบันนั้นระบบสารสนเทศมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ถือว่าเปรียบเสมือน หัวใจ หลักของการทำธุรกิจร้านค้า ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาระบบสารสนเทศมาช่วยในการบันทึกข้อมูล และประมวลผลข้อมูลได้ทันถ่วงที สามารถจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ และสามารถปฎิบัติงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพื่อเป็นการตอบสอนอง ความต้องการของผู้ใช้บริการให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด